โรคขาดสารไอโอดีน (Iodine Deficiency Disorders หรือ IDD) เป็นสาเหตุหลักของความทุพพลภาพทางสติปัญญาของโลก สามารถลดระดับการพัฒนาของสติปัญญาได้ถึง 10-15 จุด ดังนั้นในปี พ.ศ. 2537 คณะกรรมการด้านนโยบายสาธารณสุขซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่างองค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟเห็นชอบว่าการรับประทานเกลือเสริมไอโอดีนเป็นมาตรการดำเนินการที่ปลอดภัย ประหยัดและยั่งยืนที่สุด เพราะเกลือเป็นสารชนิดเดียวในโลกที่คนต้องรับประทานทุกวัน ในปริมาณใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม เชื้อชาติ เพศ และฐานะทางเศรษฐกิจแบบใด ดังนั้นเกลือจึงเป็นเครื่องมือในการนำสารไอโอดีนเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

IDD ปัญหาระดับโลก

ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของไอโอดีนที่มีต่อ การพัฒนาสติปัญญาของบุคลากรในชาติ และผล กระทบอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากโรคขาดสาร ไอโอดีน นานาประเทศในโลก รวมถึงองค์กรที่ รณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจัง อาทิ WHO, UNICEF และ ICCIDD (สภานานาชาติเพื่อควบคุมโรคขาด สารไอโอดีน) จึงจัดเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญใน ฐานะที่เป็น “สาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติ ทางระบบประสาทมากที่สุดในโลก ซึ่งสามารถ ป้องกันได้” (“single most common cause of preventable mental retardation and brain damage in the world”)

ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการขจัดโรคขาดสารไอโอดีนในหลายๆ ประเทศ ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศในปัจจุบัน แสดงให้เห็นแนวโน้มที่ดีขึ้น จนอยู่ในระดับเทียบเคียงประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ อเมริกา ญี่ปุ่น และกลุ่ม ประเทศยุโรป ซึ่งล้วนมีอัตราครัวเรือนที่ได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอมากกว่า ร้อยละ 90 แล้วทั้งนั้น หากมองเฉพาะในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประเทศที่ประสบความสำเร็จ ในการเพิ่มจำนวนครัวเรือนที่ได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพออย่างชัดเจน คงหนีไม่พ้น เวียดนาม และจีน ขณะที่ประเทศไทยจัดอยู่ในลำดับที่ 10

บัญญัติกฎหมาย…ห้ามขายเกลือขาดไอโอดีน

มาตรการสำคัญที่ส่งผลให้โครงการขจัดไอโอดีนประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในจีนนั้น นอกจากจะเกิดจากการรณรงค์ตั้งแต่ในปี 2536 เป็นต้นมา ให้เห็นความสำคัญของการได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอแล้ว ยังอยู่ที่การออกกฎหมายห้ามจำหน่ายเกลือที่ไม่ได้เสริมไอโอดีนในท้องตลาด จนในปัจจุบัน จีนมีอัตราครัวเรือนที่ได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพออยู่ในระดับร้อยละมากกว่า 90 ไม่น้อยหน้าประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆ แต่อย่างใด ทั้งๆ ที่เคยมีประชากร ที่เคยได้รับการประเมินว่าเป็นโรคขาดสารไอโอดีนถึงกว่า 400 ล้านคน

กฎหมายไอโอดีนกับกัมพูชา…กรณีศึกษาน่าสนใจ

ทีนี้หันมามองประเทศใกล้บ้านกันบ้าง กัมพูชาก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มี แนวโน้มอัตราครัวเรือนที่ได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กุญแจสู่ความสำเร็จนั้นก็ไม่ต่างไปจากจีนตั้งแต่ ปี 2546 รัฐบาลกัมพูชาหันมาใช้แนวทาง “เกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า” (UNIVERSAL SALT IODIZATION) ซึ่งกำหนดให้เกลือสำหรับการบริโภค ของคนและสัตว์ในอุตสาหกรรมทุกชนิดต้องเสริมสารไอโอดีนเข้าไปเป็น ส่วนผสมการออกกฎหมายดังกล่าวก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด เมื่อมีการสำรวจอีกครั้งโดย UNICEF ในปี 2548 เช่นเดียวกับ ฟิลิปปินส์และ มองโกเลีย ที่ริเริ่มกฎหมายในเวลาใกล้เคียงกัน ในทางตรงกันข้าม ประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายบังคับในประเด็นนี้อย่าง เกาหลีเหนือ มาเลเชีย(รัฐซาบาห์) และประเทศไทย ล้วนมีแนวโน้มในอัตราครัวเรือนที่ได้รับไอโอดีน อย่างเพียงพอไปในทางที่ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง

Download
2.01MB